Untitled Document
 

   
 
   
 
 
   
 
 
   
   
   
   
   
   
   
   
   
   
   
   
   
   
   
   
   
     
     
   

 
   
 
 
     
  นิทานจากการประกวด รางวัลนิทานมูลนิธิเด็ก ครั้งที่ 9
ผลงานของนางสาวบุษบา เดชศรีสุธี
ภาพประกอบชาญศิลป์กิตติโชติพาณิชย์



ในสวนแห่งหนึ่ง ซึ่งอุดมไปด้วยดอกไม้ต้นไม้และแมลงนานาชนิด เขียวแก้ว หนอนผีเสื้อหนุ่มตัวหนึ่งเฝ้ามองเพื่อน ๆ ของมันกัดกินใบไม้ใบหญ้าด้วยความสงสัย พวกมันต้องกินเยอะ ๆ เพื่อที่จะได้ปั่นใยเป็นดักแด้ รอฟักตัวกลายไปเป็นผีเสื้อในต้นฤดูหนาวเดือนข้างหน้า แต่ถึงอย่างไรเขียวแก้วก็ไม่เคยเข้าใจเลย.... "ทำไมนะ หนอนอย่างพวกเราถึงต้องเสียเวลาเกือบทั้งชีวิตไปกับการพยายามเป็นผีเสื้อด้วย"



ถึงแม้ผีเสื้อจะมีปีกสีสวยงามสะดุดตา แต่เมื่อเป็นผีเสื้อแล้วเราก็อยู่ได้เพียงไม่กี่วันเท่านั้นเอง สู้เป็นหนอนสบาย ๆ ตลอดไปไม่ดีกว่าหรือ" เขียวแก้วรำพึงเสียงดังขณะเดินปลีกตัวออกมาจากกลุ่มเพื่อน คำกล่าวนั้นลอยไปเข้าหู เทาซาง หอยทากเฒ่าที่อาศัยอยู่มานานกว่าแมลงอื่น ๆ ทั้งหมดในสวน "จุ๊ ๆ ๆ เจ้าเขียวแก้ว ที่เจ้าพูดเช่นนั้นคงเป็นเพราะไม่เคยฟังตำนานผีเสื้อ เรื่องเล่าเก่าแก่ของบรรพบุรุษเจ้าสินะ มา.....ข้าจะเล่าให้ฟัง"

กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว เมื่อตอนที่ท้องฟ้ายังเป็นเพื่อนกับสายลม ดวงอาทิตย์ยังครองคู่กับดวงจันทร์อยู่นั้น ในสวนแห่งนี้ก็มีแมลงหลากหลายชนิดอาศัยอยู่ร่วมกัาน รวมทั้งหนอน



บรรพบุรุษของพวกเจ้าที่เมื่อก่อนยังไม่ฟักตัวเป็นดักแด้หรือผีเสื้อใด ๆ ทั้งสิ้น แต่จะเกิดและเติบโตเป็นหนอนตัวสีเขียวตลอดชั่วอายุขัย ด้วยความที่มันมีตัวสีเขียวอ้วนดูน่าเกลียด และกระดืบไปมาอย่างเชื่องช้าอุ้ยอ้าย ทำให้แมลงตัวอื่น ๆ มองว่าหนอนเป็นแมลงชั้นต่ำ ที่ไม่น่าคบหาสมาคมด ้วย หนอนน้อยจึงต้องใช้ชีวิตอยุ่อย่างโดดเดี่ยว และต้องคอยหลบหนีจากฝูงแมลงอันธพาล ได้แก่ แมลงปอ ผึ้ง และเต่าทอง ซึ่งถือทิฐิว่าตัวเองมีปีกสามารถบินไปไหนมาไหนได้ จึงชอบข่มเหงรังแกเจ้าหนอนเป็นประจำ

อย่างไรก็ตาม ในสวนยังมีดอกไม้แสนสวยดอกหนึ่งซึ่งมีเสียงอันไพเราะและความงามเป็นที่ชื่นชอบของแมลงทั้งหลาย ไม่ว่าจะเป็นผึ้งแมลงปอ เต่าทอง ตัวต่อ และมด ต่างเข้ามาวนเวียนอยู่ใกล้ ๆ คอยชื่นชมดอกไม้มิได้ขาด แต่แมลงเหล่านี้ก็ไม่เคยรู้ว่า แท้จริงแล้วดอกไม้ร้องเพลงด้วยความทุกข์ที่มีอยู่ในใจ...ความโศกเศร้า ที่ซ่อนอยู่ภายใต้กลีบใบอันสวยงามซึ่งไม่มีแมลงตัวใดสังเกตเห็น เพราะดอกไม้จำเป็นต้องคงอยู่บนก้าน บนราก และบนดิน ทำให้มันไม่สามารถเคลื่อนย้ายไปไหนได้ ได้แต่เฝ้ามองแมลงทั้งหลายโบยบินไปในที่ต่าง ๆ และมองเกสรของมันที่ลอยล่องไปตามลมอย่างเสรี ดอกไม้ได้แต่ฝันลม ๆ แล้ง ๆ ว่าสักวันมันจะได้ออกไปมองเห็นโลกที่แปลกใหม่บ้าง



และแล้ว....เมื่อดวงอาทิตย์ผลัดเวรกับดวงจันทร์ ท้องฟ้าคว้าผ้าห่มดาวมาห่มนอน กลางคืนจึงเดินทางมาอีกครั้ง แมลงทั้งหลายต่างหลับไหลอย่างสบายอยู่ไม่ไกลจากดอกไม้ เจ้าหนอนได้ทีค่อย ๆ คลานออกมาจากพุ่มไม้เพื่อมาอาศัยนอนใต้ร่มเงาของดอกไม้ แต่ขณะที่หนอนน้อยกำลังจะพริ้มตาลง ก็มีหยดน้ำใส ๆ ตกลงมาบนหัว เมื่อหนอนเงยหน้าขึ้นมอง จึงรู้ว่านั่นเป็นน้ำตาของดอกไม้

"เธอร้องไห้ทำไมเหรอ" หนอนถาม ดอกไม้ก้มลงมองและตกใจเล็กน้อยเมื่อเห็นเพื่อนสีเขียวตัวใหม่

"เพราะฉันไม่อยากเป็นอย่างนี้..." ดอกไม้ตอบ "เธอเป็นดอกไม้ที่สวยออก แมลงทุกตัวต่างชื่นชมเธอ ฉันยังอยากเป็นเหมือนเธอเลย" หนอนตอบกลับดอกไม้



"ฉันอยากแลกความสวยงามกับขาของเธอ ที่สามารถเดินทางไปไหนก็ได้ หรือปีกของพวกแมลงที่โบยบินไปบนท้องฟ้าได้ เพราะว่าฉันไปไหนไม่ได้เลย....ฉันอยากรู้บ้างว่า ที่ท้องฟ้าไกล ๆ นั่นมันมีอะไรอยู่" ดอกไม้เอ่ยพลางมองทอดสายตาไปยังดวงดาวบนท้องฟ้าอย่างเศร้า ๆ

เมื่อหนอนเห็นดังนั้น จึงพยายามหาทาองปลอบโยนดอกไม้ด้วยความที่มันไม่เคยมีเพื่อนจึงท่องเที่ยวตามลำพังไปในสถานที่ต่าง ๆ มากมาย และเพราะว่ามันเคลื่อนไหวอย่างเชื่องช้า หนอนน้อยจึงเก็บเกี่ยวเอาประสบการณ์ของสถานที่ ๆ เคยผ่านมาเล่าให้ดอกไม้ฟัง ดอกไม้รู้สึกดีใจที่อย่างน้อยก็มีหนอนตัวหนึ่งที่เข้าใจมัน และเมื่อได้ฟังเรื่องราวของหนอนก็ทำให้ดอกไม้รู้สึกเพลิดเพลินเหมือนได้เดินทางไปยังที่แห่งนั้นเช่นกัน ในคืนนั้น เสียงหัวเราะของหนอนกับดอกไม้ก้องกังวานไปทั่วท้องฟ้าจนกระทั่งดาวยังอดอมยิ้มและกะพริบตาให้ไม่ได้ ดอกไม้ไม่เคยหัวเราะอย่างเต็มที่เช่นนี้มานานแล้ว ส่วนหนอนเองก็มีความสุขมากที่ได้ เป็นเพื่อนกับดอกไม้...เพื่อนตัวแรกในชีวิตของมัน

แต่พอเช้าวันรุ่งขึ้น เมื่อแมลงปอ ผึ้ง และเต่าทองตื่นมาพบหนอนกับดอกไม้นอนหลับอยู่เคียงกัน ต่างก็ไม่ยอมรับในมิตรภาพของหนอนกับดอกไม้ เพราะถือว่าดอกไม้เป็นสิ่งสวยงามซึ่งหนอนที่ตัวอ้วน เชื่องช้า และน่ารังเกียจไม่สมควรมาเทียบชั้นคลุกคลีด้วย แมลงอันธพาลจึงพยายามขับไล่หนอนออกไปจากดอกไม้ จนกระทั่งหนอนตกลงมาจากกิ่งไม้ที่สูงชัน กระแทกพื้นดินและถึงแก่ความตาย



ดอกไม้โศกเศร้ามากมันร้องไห้อย่างหนักจนกลีบดอกร่วงโรยลงมาทีละใบ ๆ บนร่างไร้ชีวิตของหนอน เมื่อกลีบของดอกไม้ร่วงโรยไปจนหมด ดอกไม้จึงไม่หลงเหลือความงามอะไรอีก มันเอนก้านลงมาซบบนร่างของหนอนและตายตามไปด้วย



หลังจากความตายของหนอนกับดอกไม้ สิ่งมหัศจรรย์จึงเกิดขึ้น เมื่อความรักและความฝันของหนอนและดอกไม้มารวมกัน ทำให้กลีบใบของดอกไม้กลายมาเป็นปีกอันสวยงามบนร่างของหนอน แล้วทั้งคู่จึงก่อนเกิดขึ้นมาใหม่เป็นผีเสื้อ ที่สวยงามและอิสระสามารถโบยบินไปได้ไกลแสนไกลตามที่ใจปรารถนานับแต่นั้นต่อมา เมื่อหนอนยังเป็นเด็ก ๆ จึงกัดกินใบไม้ และฟูมฟักตัวเองเป็นดักแด้เพื่อที่จะลอกคราบเป็นผีเสื้อ ตัวแทนแห่งจิตวิญญาณและความปรารถนาของหนอนกับดอกไม้ตราบจนทุกวันนี้



เขียวแก้ว นิ่งฟังเรื่องเล่าของ เทาซาง ตั้งแต่ต้นจนจบ หนอนผีเสื้อหนุ่มมีความรู้สีกหลายอย่างเกิดขึ้น ทั้งโศกเศร้าและประทับใจ ระหว่างนั้นเทาซางมองเห็นบรรดาเพื่อนของเขียวแก้วส่วนหนึ่งที่ฟักตัวเป็นดักแด้นานแล้ว ค่อย ๆ แทงปีกสวยงามออกมาจากรังและบินอย่างร่าเริงจนลับตาไปในท้องฟ้า หอยทากเฒ่ายิ้มพลางถอนหายใจ

"เฮ้อ...แล้วพวกเขาก็ไปใช้ชีวิตอยู่อีกเพียงไม่กี่วันล่ะนะ เจ้าเขียวแก้ว หากแต่เวลาอันสั้นนั้นจะเป็นเวลาที่มีความสุขของพวกเขา"

เขียวแก้วหันมาสบตาแมลงชรานิดหนึ่ง แล้วมันจึงหันหน้าเดินกลับไปอย่างมั่นคง

"แล้วนั่นเจ้าจะไปไหนล่ะ หนอนหนุ่มเอ๋ย" เทาซางตะโกนถาม

"ผมก็กำลังจะไปกัดกินใบไม้ใบหญ้าให้อ้วน ฟักตัวเป็นดักแด้คอยเวลาที่จะได้กลายเป็นผีเสื้ออันสวยงามและโบยบินอย่างอิสระเพียงไม่กี่วันนะสิครับ ถามได้" หนอนหนุ่มตอบ

   
 
ข้อมูลจาก : http://bouck.exteen.com/20050514/entry
   
     
   
     
   
     
   
     
   
     
   
     
   
     
   
     
   
     
   
     
     
Untitled Document
 
 
 
   
   
   
   
   
   
   
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
Untitled Document